fbpx

Tag: #CrosswalkAgency

google course
Google ใจดี “แจกคอร์ส” เรียนฟรี! แถมมีใบรับรอง!

… เอาละค่ะ ช่วงนี้ ใครที่อยู่ว่างๆ ได้เวลาอัพสกิลเพิ่มความรู้กันแล้วนะ เพราะบริษัทชื่อดังอย่าง Google เค้าใจดีแจกคอร์สออนไลน์ให้เรียนฟรี และที่สำคัญ เมื่อเรียนจนจบคอร์ส ก็จะได้รับใบรับรองการเรียนอีกด้วย ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบการสมัครงานที่เกี่ยวข้องได้ ‼ … ถ้าใครสนใจอยากเรียน ขั้นตอนการสมัครก็ไม่ยาก เพียงเเค่กดลงทะเบียน หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนได้เลย 👉 จะมีคอร์สไหนน่าสนใจบ้าง CROSSWALK  AGENCY ขอพาทุกคนไปดูพร้อมกันเลย 1. Google Analytics for Beginners มีทั้งหมด 4 Unit กดที่ลิงค์ >> Google Analytics for Beginners 2. Advanced Google Analytics มีทั้งหมด 4 Unit กดที่ลิงค์ >> Advanced Google Analytics 3. Google Analytics for Power Users มีทั้งหมด 4 Unit กดที่ลิงค์ >> Google Analytics for Power Users 4. Getting Started With Google Analytics 360 มีทั้งหมด 7 Unit กดที่ลิงค์ >> Getting Started With Google Analytics 360 5. Introduction to Data Studio มีทั้งหมด 4 Unit กดที่ลิงค์ >> Introduction to Data Studio 6. Google Tag Manager Fundamentals มีทั้งหมด 4 Unit กดที่ลิงค์ >> Google Tag Manager Fundamentals   🌐 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> Learn analytics with free online courses 🌐 หรืออ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> Crosswalk Agency   📌 สำหรับท่านใดที่สนใจปรึกษาและวางแผนการตลาดออนไลน์ สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่บริษัท ทางม้าลายเอเจนซี่ จำกัด 📲 โทร : 097-919-2112 💻 ID Line : @𝗰𝗿𝗼𝘀𝘀𝘄𝗮𝗹𝗸𝗮𝗴𝗲𝗻𝗰𝘆 ( มี @ นำหน้า ) หรือ Facebook Fanpage : Crosswalk – Digital Marketing Agency

” Facebook Ads ” เทคนิคสร้างโฆษณาเพื่อดึงดูดใจลูกค้า

ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าการสร้างโฆษณาบนโลกออนไลน์อย่าง Facebook มีส่วนช่วยให้แบรนด์ของเรามีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้เร็ว และสามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น แต่ก่อนจะเริ่มทำจริง หลายๆคนอาจจะมีคำถามว่า ต้องเริ่มทำจากตรงไหนก่อน และจะคุ้มกับการสร้างยอดขายแค่ไหน เมื่อลงทุนในส่วนนี้ไป วันนี้  Crosswalk Agency มีคำตอบค่ะ >> อันดับแรก ก่อนที่เราจะทำโฆษณาออนไลน์นั้น ต้องเริ่มรู้จักกลุ่มลูกค้า ของแบรนด์ตัวเองก่อน ซึ่งนับว่าเป็นพื้นฐานอย่างแรกเลยของกลุ่มทำธุรกิจ เพราะเมื่อรู้จักแล้ว จะสามารถเข้าถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย และเมื่อคุณสามารถวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าได้ดีขึ้น ก็จะสามารถสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นเช่นเดียวกัน ทำให้คุณประหยัดการลงทุนการโฆษณาลง >>> เมื่อรับรู้แล้วว่าใคร คือ กลุ่มเป้าหมาย การวางแผนทำ Ads แคมเปญเพื่อการตลาดขึ้นมา ต้องดูว่าจุดประสงค์ของการทำ Ads ของแคมเปญนั้น ๆ คืออะไร ซึ่งจุดประสงค์ในการสร้าง Ads ควรคำนึงถึงการรับรู้ของแบรนด์ และเป้าหมายของ Conversion ที่จะได้รับ *สามารถอ่านบทความ Conversion คืออะไร ? ได้ที่ https://www.crosswalkagency.com/conversion/   นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเริ่มสร้าง Ads คือ ประเภทคอนเทนต์ที่ต้องการนำเสนอ ซึ่งเรามีตัวอย่างมาแนะนำกันค่ะ 1. รูปภาพ ⁂ ภาพนิ่งที่สามารถสื่อถึงสิ่งที่เราอยากให้กลุ่มเป้าหมายรับทราบอย่างรวดเร็วที่สุด และต้องสะดุดตาจนอยากอ่าน 2. วิดิโอ ⁂ ภาพโฆษณาแบบเคลื่อนไหว จะช่วยเพิ่มความสนใจมากยิ่งขึ้น 3. Carousel ⁂ รูปแบบการโฆษณาที่สามารถใส่รูปได้หลาย ๆ รูป และลูกค้าสามารถเลื่อนดูรูปได้ทีละรูป 4. Lead Generation  ⁂ เป็นรูปแบบการสร้างกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้า เช่น การสมัครสมาชิก การขอรับสิทธิพิเศษ การรับข่าวสารเพิ่มเติม จากช่องทางอิเมล เป็นต้น   และ Crosswalk ขอแอบบอกอีกนิด การทำ  Ads นั้นมีกลยุทธ์อีกอย่างหนึ่ง คือ สามารถโฆษณาซ้ำเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่ผู้ที่เคยเข้ามาดูแบรนด์ของเราไปแล้ว โดยกลุ่มเป้าหมายจะเห็นสินค้าหรือ Ads ซ้ำ ๆ ทำให้แบรนด์มีโอกาสในการขายสินค้า ให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น ซึ่งกลยุทธ์นี้จะเรียกว่า การทำ Remarketing หรือการ Retargeting ค่ะ . สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ >> CrosswalkAgency . สำหรับท่านใดที่สนใจปรึกษาและวางแผนการตลาดออนไลน์ สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่บริษัท ทางม้าลายเอเจนซี่ จำกัด โทร : 097-919-2112 ID Line : @𝗰𝗿𝗼𝘀𝘀𝘄𝗮𝗹𝗸𝗮𝗴𝗲𝗻𝗰𝘆 ( มี @ นำหน้า ) Facebook Fanpage : Crosswalk – Digital Marketing Agency

” 7 วิธี ” การตลาดออนไลน์ ที่ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น

ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโลก Digital หรือการตลาดออนไลน์นั้นใหญ่มากๆ การทำการตลาดออนไลน์อย่างหลากหลาย จึงเป็นเหมือนการเปิดโอกาส ให้คนที่พบเห็น สามารถเข้ามาใช้บริการหรือเป็นลูกค้าได้ ซึ่งหากที่ผ่านมาคุณใช้เพียง Facebook หรือ Line@ ในการทำช่องทางการตลาด ถือว่าคุณเพิ่งจะใช้ศักยภาพของการตลาดออนไลน์เพียง 10% ของทั้งหมด ดังนั้น Crosswalk Agency เราขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ ” 7 วิธี ” การตลาดออนไลน์ ที่ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้น เพื่อยกระดับร้านค้าหรือธุรกิจของคุณให้ครบวงจร เพื่อให้ได้ผลการตอบรับอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดกันค่ะ Mobile & Apps Marketing เป็นการทำการตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โดยเน้นการปรับหน้าเว็บไซต์ให้สวยงามบนหน้าจอหลากหลายขนาด และการทำแอปพลิเคชั่นที่เอื้อต่อความสะดวกสบายของกลุ่มลูกค้า โดยการพัฒนาฟังก์ชันต่าง ๆ  ให้ตอบโจทย์การใช้งานบนอุปกรณ์สมาร์ทโฟนต่าง ๆ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์และตัวของลูกค้าเองด้วย Online PR เป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างทัศนคติ ต่อตัวแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณมีชื่อเสียง และ สามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย Website & Landing Page ปัจจุบันเวลาจะค้นหาอะไรสักอย่าง ก็มักจะเสิร์ชหา แล้วเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ของแบรนด์เอง ซึ่งหากแบรนด์ของคุณไม่มีหน้าเว็บไซต์ ก็ทำให้เสียโอกาสการขายที่นั้นไปได้ แต่หากคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว และ มีดีไซน์ที่ทันสมัยและการจัดวางเนื้อหาที่น่าดึงดูดใจ ก็อาจสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและได้รับผลตอบรับที่จากลูกค้าได้เช่นกัน Content Marketing การนำเสนอข้อมูลของแบรนด์ของคุณ นอกจากจะต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหาและคุณภาพแล้ว ยังต้องให้ความสนใจกับกระแสในปัจจุบันอีกด้วย ไม่ใช่แค่มีเนื้อหาข้อมูลจากแบรนด์เพียงด้านเดียว E-mail Marketing การทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางอีเมล หรือ E-mail Marketing คือการแจ้งอีเมลที่เป็นข่าวสาร โปรโมชัน ส่วนลดพิเศษเฉพาะลูกค้าหรือสมาชิก ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหลัก Social Media Marketing การใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในการให้ข้อมูลความรู้ กระตุ้นให้เกิดการซื้อ พูดคุยหรือแจ้งโปรโมชัน เป็นการสื่อสารให้เกิดความเป็นกันเองกับลูกค้า Online Video & Viral การทำการตลาดที่แสดงไอเดียโฆษณาผ่านคลิปวิดีโอ อาจเพิ่มยอดขายได้ เนื่องจากแบรนด์ได้สร้างข้อมูลการรับรู้ผ่านทางคลิปวิดิโอให้กับทุกคนที่พบเห็น โดยคลิปวิดีโอส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาที่ออกแบบมาให้ตรงตามความสนใจของกลุ่มเป้าหมายหลัก เพื่อให้เกิดกระแสแบบปากต่อปาก การกดไลก์ กดแชร์บนโลกออนไลน์ . >> เมื่ออ่านจนครบ 7 เครื่องมือที่ใช้ในการทำการตลาดออนไลน์แล้ว Crosswalk Agency อยากจะขอบอกอีกหน่อยว่า Digital Marketing ยังมีอีกหลากหลายฟังก์ชันที่จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ทำงานได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพียงเรียนรู้และปรับตัวให้ทันสมัย เพื่อตอบสนองกับความต้องการผู้บริโภคได้อย่างทุกรูปแบบ . อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ >> CrosswalkAgency สำหรับท่านใดที่สนใจปรึกษาและวางแผนการตลาดออนไลน์ สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่บริษัท ทางม้าลายเอเจนซี่ จำกัด โทร : 097-919-2112 ID Line : @𝗰𝗿𝗼𝘀𝘀𝘄𝗮𝗹𝗸𝗮𝗴𝗲𝗻𝗰𝘆 ( มี @ นำหน้า ) Facebook Fanpage : Crosswalk – Digital Marketing Agency

ปรับโครงสร้างคีย์เวิร์ดให้ผ่านฉลุย ติดอันดับการค้นหา ด้วย “Yoast SEO”

การเขียนบทความให้ติดอันดับการค้นหาของ Google ต้องอาศัยการทำ SEO เพื่อดันบทความให้อยู่ในอันดับการค้นหา แต่การเขียนบทความให้ติดอันดับการค้นหาของ Google ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วยใน WordPress ที่ชื่อว่า “Yoast SEO” ซึ่งปลั๊กอินตัวนี้จะเป็นตัวชี้ ว่าบทความของเรามีคุณภาพ ตรงตามหลัก SEO หรือไม่? โดยแต่ละสถานะจะเปรียบเหมือนกับไฟจราจรที่มี 3 สี แล้วแต่ละสีมีหมายความอย่างไร? ตามมาดูกันเลย 1. ไฟแดง — หยุด ดูจุดผิดพลาด มันจะแจ้งทุกอย่างว่าบทความที่เราเขียนไป ตรงกับ Focus Keyword หรือไม่ บทความเราจัดวางให้อ่านง่ายหรือไม่ ? การตั้งชื่อเรื่องสัมพันธ์กับเนื้อหาหรือเปล่า ? เป็นต้น หรือมี Keyword กระจายทั่วบทความหรือกระจุกติดกัน 2. ไฟเหลือง — ตรวจทานแล้วแก้ไข ได้ไฟเหลืองก็แสดงว่าถูกไปครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือแค่ปรับแต่งอะไรเล็กน้อยก็พอ ซึ่งสามารถดูได้จากรายละเอียดของตัว Yoast SEO แล้วแก้ไข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบทความนั้นๆ 3. ไฟเขียว — ผ่านฉลุย หลังจากติดตั้ง Plug in ตัวนี้ไปแล้ว มันอาจจะแจ้งว่า ชื่อเรื่อง บทนำ สัมพันธ์กับ Focus Keyword แล้ว เพราะบทความอ่านง่าย ไม่ยาวเกินไป สามารถใส่ลิงก์ Reference จากเว็บอื่นด้วยก็ดี หมดปัญหากวนใจ . ถ้าเรารู้เทคนิคการเขียนแบบ SEO แล้ว การจะเขียนบทความให้ได้ไฟเขียวก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ยิ่งมี “Yoast SEO” ด้วยแล้ว ก็เหมือนมีผู้ช่วยที่จะคอยแก้จุดต่าง ๆ ที่ผิดพลาด ให้ข้อเสนอแนะ และปรับโครงสร้างบทความของเรา เพื่อให้ตรงตามหลักของ SEO และที่น่าสนใจยังมีส่วนสนับสนุนให้บทความของเราติดอันดับการค้นหาอีกด้วยครับ . อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> Yoast SEO หรืออ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม >> CrosswalkAgency . สนใจปรึกษาทำการตลาดออนไลน์ ติดต่อ 📲 097-919-2112 💬 Line ID : @𝗰𝗿𝗼𝘀𝘀𝘄𝗮𝗹𝗸𝗮𝗴𝗲𝗻𝗰𝘆 ( มี @ นำหน้า ) หรือ Facebook Fanpage : Crosswalk – Digital Marketing Agency

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ KPI

เรื่องของ 𝗞𝗣𝗜 📈📊 หรือดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการทำโฆษณาออนไลน์นั้นมีหลายค่า ที่เราต้องนำมาวิเคราะห์เพื่อวัดผลโฆษณานั้นๆว่า “สำเร็จและเป็นไปตามเป้าหมายที่เราวางไว้หรือไม่”   ✅ 𝗖𝗣𝗠 (Cost per thousand impressions) คือ การคิดค่าโฆษณาต่อการแสดงโฆษณาออนไลน์1,000 ครั้ง โดยผู้ลงโฆษณาจะจ่ายตามจำนวนครั้ง ที่แสดงโฆษณาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับจำนวนคลิกที่เกิดขึ้น ส่วนราคาต่อ 1 CPM นั้นขึ้นอยู่กับราคาที่ตกลงกับผู้ขายพื้นที่โฆษณา ✅ 𝗖𝗧𝗥 (Click through rate) เป็นตัวชี้วัดที่บอกถึงคนที่สนใจต่อคนที่มองเห็นยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ที่เยอะมากเท่าไหร่หมายความว่าคนให้ความสนใจใน แคมเปญนั้นๆที่เราทำ ตัวอย่างเช่น หากคุณได้รับคลิก 5 ครั้งและมีการแสดงผล 100 ครั้ง CTR จะเท่ากับ 5%โฆษณาและคีย์เวิร์ดแต่ละรายการมี CTR เป็นของตนเองซึ่งคุณจะดูได้ในบัญชี ✅ 𝗖𝗣𝗖 (Cost per click) คือ จำนวนเงินที่ต้องจ่ายต่อ 1 การคลิกซึ่งราคาจะแตกต่างกันตามธุรกิจ ซึ่งการคลิกนี้จะไม่นับรวมการมองเห็น เราจะเสียเงินก็ต่อเมื่อมีคนคลิกโฆษณาของเราเท่านั้น แต่จะซื้อสินค้า หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความน่าสนใจ หรือความต้องการของลูกค้า ✅ 𝗖𝗩𝗥 (Conversion rate) เป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่จะบอกเราว่าจากจำนวนคลิกทั้งหมดแปลงเป็นยอดขายได้ทั้งหมดเท่าไหร่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ✅ 𝗖𝗣𝗔 (Cost per action) ค่านี้จะคำนวนจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ทำแคมเปญต่อจำนวนคนที่ซื้อสินค้าหรือบริการของเราหากลูกค้าคลิกเข้าชมโฆษณาแต่ไม่ได้ซื้อสินค้า ผู้ลงโฆษณาก็จะไม่เสียเงินค่าโฆษณา ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็น 𝗞𝗣𝗜  หรือเป็นตัวชี้วัดได้ถึงการทำการตลาดออนไลน์ในแต่ละช่องทาง ที่จะบอกเราได้ว่า สิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญต่างๆหรือจะเป็นคอนเทนต์ ประสบความสำเร็จหรือไม่รวมทั้งยังสามารถนำค่าต่างๆนี้ไปใช้เพื่อกำหนดกลยุทธ์ต่างๆได้อีกด้วย.  

𝗖𝗢𝗡𝗩𝗘𝗥𝗦𝗜𝗢𝗡 สำคัญต่อการทำการตลาดออนไลน์อย่างไร?

𝗖𝗢𝗡𝗩𝗘𝗥𝗦𝗜𝗢𝗡 ช่วงนี้เราจะได้ยินคำนี้บ่อยขึ้น ใช่มั้ยครับ ? 𝗖𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗶𝗼𝗻 (𝗖𝗩) คือ ✅ ยอดขายที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจ ✅ ส่วนในด้าน #การตลาดออนไลน์ หมายถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตอบสนองต่อโฆษณาไม่ว่าจะเป็นการคลิกเข้ามาดู การกดถูกใจ การสมัครสมาชิก หรือการสั่งซื้อ เป็นตัน ▶ ความสำคัญของ 𝗖𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗶𝗼𝗻 มีความสำคัญมากในการวัดผล เพื่อให้เราทราบว่าการทำโฆษณานั้นบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้หรือไม่ โดยเฉพาะการทำ 𝗚𝗼𝗼𝗴𝗹𝗲 𝗔𝗱𝘄𝗼𝗿𝗱𝘀  ถ้ามี 𝗖𝗩𝗥 (Conversion Rate) มาก ก็แปลว่าการทำโฆษณาได้ผล แต่ถ้ามี 𝗖𝗩𝗥 น้อย ก็อาจแปลได้ว่าโฆษณานั้นล้มเหลวเมื่อทราบผลลัพธ์เป็นตัวเลขแน่ชัดก็จะทำให้เราพัฒนาการตลาดต่อไปได้